ทางเลือกที่สำคัญของนักปีนเขา

, , ดร. เพิ่มสิทธิ์ นำประสิทธิผล 30 พฤษภาคม 2022
 ทางเลือกที่สำคัญของนักปีนเขา

ลองจินตนการว่าคุณเป็นนักปีนเขามืออาชีพและคุณกับทีมกำลังมุ่งมั่นที่จะพิชิตยอดเขาที่ไม่เคยมีคนเคยปีนสำเร็จ หลังจากที่วางแผนร่วมกันมานานนับปี และทนลำบากเกือบ 20 วันบนยอดเขาหิมาลัยที่สภาพอากาศโหดร้ายที่สุด 

สถานการณ์ดำเนินมาถึงตอนที่คุณปีนมาแล้ว 20,000 ฟุต ในขณะที่ความสำเร็จก็เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนมาถึงวันสุดท้ายของการปีนเขา วันนั้นคุณกับทีมตื่นตั้งแต่ตีสองด้วยความตั้งใจที่จะพิชิตยอดเขาให้ได้ภายในวัน คุณใช้เวลาจนเข้าถึงช่วงบ่าย แสงอาทิตย์ก็สาดให้เห็นยอดเขาที่ตั้งใจจะพิชิต ระยะทางเหลืออีกแค่ 300 ฟุตสุดท้ายคุณก็จะถึงยอดเขาที่มุ่นมั่นใฝ่ฝัน แต่สภาพร่างกลายคุณกลับประท้วงขึ้นมาเสียงหายใจของคุณเหนื่อยหอบ แขนขาของคุณเหนื่อยล้าถึงขีดสุด แต่ในขณะเดียวกันเสียงในหัวคุณก็พูดย้ำ ๆ กับตัวเองว่า 

“อีกแค่ 300 ฟุตสุดท้าย… เราก็จะเป็นคนแรกของโลกที่พิชิตยอดเขานี้สำเร็จ”

หากคุณเป็นนักปีนเขาคนนั้น คุณจะทำอย่างไร?

สำหรับนักปีนเขา Conrad Anker เขาเลือกที่จะหยุดการเดินทางไว้แค่จุดนั้นแล้วก็หันหลังปีนกลับลงมา

เหตุการณ์ที่ยกขึ้นมาคือเหตุการณ์จริงของกลุ่มนักปีนเขาตอนที่ได้ปีนยอดเขา Meru ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในยอดเขาที่ปีนยากที่สุดในโลก สถาณการณ์นี้เกิดขึ้นในปี 2008 เมื่อ Conrad Anker และทีมของเขากำลังจะเป็นคนกลุ่มแรกที่สามารถพิชิตยอดเขา แต่เขากลับตัดสินใจที่จะเลิกปีนในวันสุดท้าย ทั้ง ๆ ที่เขาและทีมสามารถไปถึงยอดเขาได้ภายในวันนั้นอย่างแน่นอน แต่ด้วยเวลาที่เหลือเมื่อไปถึงยอดเขา Conrad ไม่คิดว่าพวกเขาจะสามารถกลับลงมาทันในพื้นที่ปลอดภัยทันและเป็นเรื่องเสี่ยงต่อชีวิตเกินไปหากพวกเค้าต้องค้างคืนบนยอดเขาแห่งนั้น

ภาพจาก Tobias Mrzyk  Unsplash

เรื่องของนักปีนเขามืออาชีพ Conrad Anker บนยอดเขา Meru ปรากฎอยู่ในสารคดีเรื่อง Meru (2015) ความน่าติดตามองสารคดีนี้คือการสอดแทรกแนวคิดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะตอนที่ Conrad กล้าที่จะถอยออกมาจากจุดที่เค้าคิดว่าไม่ควรเสี่ยง เพราะการตัดสินใจแบบนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ และหากย้อนกลับมาถามตัวเอง หรือลองจินตนาการตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์นั้นก็ไม่แน่ใจว่าจะกล้าตัดสินใจเหมือนเขาหรือเปล่า เพราะมนุษย์เป็นสิ่งที่กลัวการสูญเสียโดยสัญชาติญาณ

เคยมีนักจิตวิทยาทำการวิจัยโดยสมมติว่ามีบริษัทหนึ่งจะจ้างคุณด้วยสัญญา 5 ปีโดยมีแพคเกจการว่าจ้าง 2 แบบให้เลือกระหว่าง

1. ให้เงินเดือนเริ่มต้นที่ 100 บาทและจะเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 10% ตลอดสัญญาการว่าจ้าง

2. ให้เงินเดือนเริ่มต้นที่ 150 บาท แต่บริษัทจะลดเงินเดือนคุณทุกปี ปีละ 10% ตลอดสัญญาการว่าจ้าง

ถ้าให้เลือกตอบแบบเร็ว ๆ คนส่วนใหญ่มักเลือกแพคเกจแรก ไม่ใช่เพราะจำนวนเงิน เพราะเมื่อคำนวนออกมาแล้วแบบแรกจะน้อยกว่านิดหน่อยด้วยซ้ำ แต่คนส่วนใหญ่เลือกเพราะมันให้ความรู้สึกว่าพวกเขากำลัง “ก้าวหน้า” ในขณะที่แพคเกจที่ 2 ให้ความรู้สึก “ถอยหลัง” งานวิจัยนี้จึงสรุปได้ว่าการยอมถอยหลังจึงเป็นอะไรที่มักจะขัดกับสัญชาติญาณมนุษย์

แต่ในขณะเดียวกันการยอมถอยหลังในโลกธุรกิจก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันกับการก้าวหน้าเลย 

ภาพจาก Kai Pilger Unsplash

คุณจิ๊บ สมยศ เชาวลิต เจ้าของกิจการร้านไอที J.I.B. Computer Group เล่าให้ฟังถึงเรื่องการตัดสินใจปิดสาขาครั้งแรกของเขา ในช่วงแรก ๆ ที่ทำ J.I.B. คุณจิ๊บเองก็เหมือนนักธุรกิจคนอื่น ๆ ที่มีหนึ่งในเป้าหมายเป็นการทำธุรกิจให้เติบโตได้เร็วที่สุด โดยคุณจิ๊บเลือกที่จะขยายสาขาให้ได้มาก ๆ เผื่อสร้างส่วนแบ่งการตลาดและสร้างแบรนด์

แต่เมื่อตลาดไม่โตไปตามเป้าที่วางไว้ และหลาย ๆ สาขาเริ่มมีตัวเลขบัญชีเป็นสีแดง คุณจิ๊บก็ยังไม่ยอมปิดสาขา ยังใช้เวลาอีกสักพักในการพยายามกระตุ้นยอดขายในสาขาที่ยอดไม่ดี แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น จนถึงวันที่ตัดสินใจจะต้องปิดสาขา ซึ่งเป็นการทำใจที่ยากมาก แต่พอได้เริ่มปิดสาขาที่ยอดไม่ดี ภาพรวมของตัวเลขในบัญชีของบริษัทก็เริ่มดีขึ้น 

คุณจิ๊บจึงรู้ว่าการตัดสินใจปิดสาขาในวันนั้นอาจจะเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดที่ทำให้บริษัทเติบโตถึงทุกวันนี้

คนรุ่นใหม่กับการออกแบบชีวิต

ภาพจาก Zac Durant Unsplash

ในปัจจุบันเวลาที่ได้คุยกับคนในรุ่นเดียวกันรวมถึงคนรุ่นใหม่ ๆ หลายคนมีความตั้งมั่นแรงกล้าว่าอยากจะประสบความสำเร็จ อีกทั้งสื่อต่าง ๆ ที่มักจะให้แนวคิดที่ว่า “ทำเลย รออะไรอยู่” หรือ “เป้าหมายมีไว้เพื่อทำให้สำเร็จ” และอื่น ๆ 

ซึ่งการตั้งเป้าหมายเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่หลาย ๆ ครั้งที่การมุ่งมั่นกับเป้าหมายที่มีจนท้ายที่สุดกลายเป็นอัตตาของเราไป และคิด​​ว่าการถอยหรือล้มเลิกคือความล้มเหลว

ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับการมุ่งมั่นทำเป้าหมายให้สำเร็จคือการรู้ตัวว่าเมื่อไหร่ที่เราควรจะหยุดและยอมถอยเพื่อรักษาสิ่งที่สำคัญกว่าของตัวเองไว้

สุดท้ายขอฝากหนึ่งในข้อคิดที่คุณ Conrad ทิ้งไว้ “ความตายของนักปีนเขามือใหม่ส่วนใหญ่ ไม่ใช่เป็นเพราะพวกเค้ารู้จักภูเขาลูกที่เค้าปีนไม่ดีพอ…แต่มักจะเป็นเพราะพวกเค้ารู้จักตัวเองไม่ดีพอมากกว่า”

ปล. เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสารคดีเรื่อง Meru (2015) เป็นหนึ่งในสารคดีที่ดูสนุกเลยล่ะ ถ้าใครว่างอยากให้ลองหามาดูกัน

th

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึก