เมื่อเงินไม่ใช่ทุกอย่าง ความสำเร็จและเป้าหมายที่เปลี่ยนไปของพนักงานเงินเดือน

ดร. เพิ่มสิทธิ์ นำประสิทธิผล 16 February 2022
 เมื่อเงินไม่ใช่ทุกอย่าง ความสำเร็จและเป้าหมายที่เปลี่ยนไปของพนักงานเงินเดือน

เมื่อเงินไม่ใช่ทุกอย่าง ความสำเร็จและเป้าหมายที่เปลี่ยนไปของพนักงานเงินเดือน

หากจะให้ยกปรากฏการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นในโลกการทำงาน ช่วงปี 2021 ที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้น The Great Resignation หรือการลาออกครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ

เมื่อเงินไม่ใช่ทุกอย่าง

Photo by Timon Studler on Unsplash 

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 ที่ทำให้ผู้คนเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างกระทันหัน ทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่ในหลายๆ ด้าน รวมถึงในด้านการทำงานนี่เอง จากการทำงานแบบ on site สู่ work from home ทำให้วิถีชีวิตนั้นเปลี่ยนไปไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มมีคนบางส่วนที่เริ่มคุ้นชินกับการทำงานแบบ WFH มากขึ้น การอยู่บ้านทำให้พวกเขามีเวลาในการ explore และ reflect ตัวตนและความถนัดในด้านต่าง ๆ ที่อาจไม่เคยทำมาก่อน ช่วงเวลาเหล่านี้จึงสร้างความหมายใหม่ๆ ให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนได้มีเวลาที่จะทำความรู้จักกับตัวเองมากขึ้นและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเป้าหมายในการทำงาน 

แต่ก็มีบางส่วนที่ตัดสินใจลาออกเนื่องจากการวิธีการจัดการของบริษัทต่อพนักงานในช่วงการแพร่ระบาดทำให้พนักงานเกิดความเครียด จึงทำให้พวกเขาเริ่มหาบริษัทที่มีสวัสดิการด้าน wellness ที่ดีกว่าเดิม

กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือการที่ลูกจ้างบริษัท 2/3 ในสหรัฐอเมริกาเลือกที่จะลดเงินเดือนเพื่อแลกกับ WFH ต่อไป แม้จะไม่ได้อยู่ในช่วงการแพร่ระบาดดังที่ผ่านมาแล้วก็ตาม 

เมื่อเงินไม่ใช่ทุกอย่าง

Photo by Thought Catalog on Unsplash 

นี่อาจเป็นจุดพลิกผันของมายด์เซ็ทการทำงานที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์โลกปัจจุบัน

จากชีวิตที่มั่นคงด้วยเงินเดือนและสวัสดิการที่ถูกเพิ่มขึ้นจากทั้งประสบการณ์และระยะการทำงาน

สู่การมองหางานในฝันที่อาจไม่มั่นคงเท่ากับงานประจำที่ทำอยู่ แต่สามารถตอบแทนในแง่ของการใช้ชีวิต และสุขภาพจิตที่ดีได้

เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วที่คนกลับมาสนใจดูแลสุขภาพจิตและแสวงหาตัวตนมากขึ้น กระแสการลาออกที่เกิดขึ้น จึงเป็นเหมือนผลลัพท์ที่สะท้อนภาพของคนยุค Millenial หรือกลุ่มบุคคลที่มีอายุระหว่าง 25-40 ปี ซึ่งเป็นกำลังสำคัญกับตลาดงานในเวลานี้ให้ความสำคัญกับการจัดการชีวิตให้ลงตัวมากกว่าการสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองดังเช่นคนยุคก่อนหน้า

จากผลสำรวจของ Mindshare ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับชาติด้านวัฒนธรรมสุขภาพจิตในที่ทำงาน พบว่ามิลเลนเนียลมีแนวโน้มที่จะลาออกจากงานประจำเพื่อรักษาสุขภาพจิต การเปลี่ยนแปลงทางความคิดนี้เกิดขึ้นทั้งในกลุ่มมินเลนเนียลและกลุ่มวัยรุ่น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมความสำเร็จในวัยทำงานที่เปลี่ยนแปลง

เมื่อเงินไม่ใช่ทุกอย่าง

Photo by Mathieu Stern on Unsplash 

ไม่ใช่เรื่องของเงินอีกต่อไป

การที่เหล่าลูกจ้างเลือกเส้นทางใหม่ให้ตนเองจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ The great resignation ไม่ใช่เพราะเงินไม่สำคัญ หากแต่เป็นการมองถึงแง่มุมต่าง ๆ ในชีวิต เพราะการทำงานกินเวลาเกินครึ่งต่อสัปดาห์ การที่ต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการทำงานจึงสร้างผลกระทบเชิงลบต่อชีวิตมากกว่าที่เราคิด  

ใน SNS ประเทศไทยเองก็มีการพูดถึงชีวิตการทำงานที่ลงตัวกันมากขึ้น เพราะงานไม่ใช่แค่เงินที่จะได้รับในช่วงปลายเดือนหรือเมื่อเสร็จสิ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่ควรได้รับการใส่ใจและให้คุณค่าจากทั้งตนเองและผู้อื่น

อย่างไรก็ดีแนวคิดเหล่านี้ยังต้องรอดูผลในระยะยาว เนื่องจากทุกๆ คนมีความต่างของปัจจัยแวดล้อมในชีวิตที่แตกต่างกันไป ตัวเลือกการตัดสินใจที่มีจึงต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาในทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่อไป

ถ้าเป็นคุณล่ะ จะเลือกอะไร ?

 

https://www.bbc.com/…/20210906-are-we-becoming-less…

https://www.bbc.com/…/20210629-the-great-resignation…

https://www.mindsharepartners.org/mentalhealthatworkreport

https://www.gallup.com/…/millennials-jobs-promote.aspx…

https://9to5mac.com/…/25/continued-work-from-home-pay-cut/

https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=3829751

https://thematter.co/…/generation-gap-return-to…/155819

en_US

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก